แต่ช่องไอเสียยังคงเปิดอยู่ และหากไม่ได้สัมผัสจากก๊าซเคลื่อนที่ไม่คงที่บางส่วนเกิดขึ้นในท่อระบายอากาศ ลูกสูบจะหกเข้าไปในท่อระบายไอเสียใหม่ เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการส่งออกของกำลังงาน การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และปล่อยมลพิษ
วิธีที่ง่ายสุดในการที่จะเข้าไปประจุใหม่ และปล่อยก๊าซไปเสียออกจากเครื่องยนต์สองจังหวะ นั่นคือ การเกิดการเคลื่อนที่ของพอร์ตลูกสูบในผนังกระบอกสูบ
ซึ่งหมายความว่าเหตุการณ์กำหนดเวลาของพอร์ตทั้งหมดมีความสมมาตรเทียบกับศูนย์ตายบน และศูนย์ตายล่าง มันเป็นไปไดที่จะสร้างจังหวะทางไอดีเข้า และทางไอเสียออกให้ไม่สมมาตรจากการใช้ จานวาล์ว (disc valves), รีดวาล์ว (reed valves) และพอพเพ็ตวาล์ว (poppet valves)
รูปจานวาล์วด้านล่างขวามือ
ที่มา : http://www.geocities.ws
แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window
หากสนใจหนังสือ อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้
คลิก
หนังสือยานยนต์สมัยใหม่ เล่ม 1 หากสนใจ
คลิก
รูปรีดวาล์ว
ที่มา : data:image/jpeg;base64
การใช้พอพเพ็ตวาล์วสำหรับทั้งควบคุมจังหวะทางเข้าไอดี และทางออกไปเสียดูได้ที่รูปด้านล่าง
รูปวาล์วพอพเพ็ตที่ใช้ในเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
ที่มา : http://www.dragonfly75.com
ซึ่งเป็นตัวอย่างการขับไอเสียไม่แน่นอน นี้การออกแบบคือ ที่ใช้กันทั่วไปในเครื่องยนต์ 4 จังหวะ โดยทั่วไปแล้ว การออกแบบพอพเพ็ตวาล์วถือว่าเป็นการออกแบบที่ยาก
ดังนั้น การไหลของเข้าไปประจุที่เพียงพอลงในเครื่องยนต์ 2 จังหวะเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้พอร์ตในผนังกระบอกสูบที่มีพื้นที่เข้าถึงกัน
วาล์วจาน และรีดวาล์วก็เป็นอีกสองวาล์วที่ใช้ในเครื่องยนต์สองจังหวะ ดูได้ในรูปด้านล่าง
รูปวาล์วจาน และรีดวาล์วกับการอัดในห้องข้อเหวี่ยง
ที่มา : https://i.ytimg.com
วาล์วจาน สามารถให้เวลาในการย้ายช่องพอร์ตไม่สมมาตรได้โดยการออกแบบจาน อย่างไรก็ตาม เวลาในการเคลื่อนย้ายสามารถเปลี่ยนแปลได้ตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์ ดังนั้นเวลาในการเคลื่อนย้ายจะปรับให้เหมาะสมที่ความเร็วที่กำหนด และที่ความเร็วอื่นตามประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์จะดีเท่ากับความเร็วนี้
รูปการใช้งานของรีดวาล์ว
ที่มา : https://cdn.thinglink.me
ส่วนรีดวาล์ว ได้รับความนิยมในการนำไปออกแบบใช้งานเสมอ เนื่องจากเป็นวาล์วอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพซึ่งกำหนดเวลาแตกต่างกันไปตามโหลดเครื่องยนต์ และความเร็วรอบเครื่องยนต์
เครื่องยนต์รถแข่งที่มีสมรรถนะสูงแสดงให้เห็นว่ากำลังขับจำเพาะสูงเป็นไปด้วยรีดวาล์ว องค์กรที่ใช้แข่งมอเตอร์ไซต์ได้พัฒนาวิธีการนี้ วันนี้ การออกแบบรีดวาล์วส่วนใหญ่ถูกออกแบบเป็นแบบ วีบล็อก (V-blocks)
รูปรีดวาล์วมีรูปร่างเป็นตัววี
ที่มา : https://motocrossactionmag.com
องค์ประกอบที่สำคัญของเครื่องยนต์สองจังหวะเดิม คือการใช้ข้อเหวี่ยงเป็นอุปกรณ์สูบลม วิธีการหล่อเย็นแบบเดิมคือการผสมน้ำมันหล่อลื่น กับน้ำมันเบนซิน และจ่ายผ่านคาร์บูเรเตอร์ ในอัตราส่วนผสมน้ำมันเบนซินต่อน้ำมันหล่อลื่น 25:1 – 100:1 ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
เมื่อผสมเชื้อเพลิงบางส่วนที่ถูกลัดวงจรไปยังท่อร่วมไอเสียพร้อมกับอากาศที่เกิดขึ้นนั้นอุดมไปด้วยไฮโดรคาร์บอน และสารหล่อลื่นที่ยังไม่เผาไหม้ จะเห็นได้ว่าเป็นควันออกมาสีขาว ทำให้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ทางนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อม
โดยความหมาย ปั๊มลมภายนอกสามารถใช้งานเพื่อแทนอากาศห้องข้อเหวี่ยง สิ่งนี้สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องกำจัดแบบรูท (Roots type) หรือแบบใบพัดแรงเหวี่ยง (centrifugal blower) ขับจากเพลาข้อเหวี่ยง
เห็นได้ชัดว่ามันจะมีประสิทธิภาพทางอุณหพลศาสตร์มากขึ้นในการใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ซึ่งพลังงานไอเสียไปยังกังหันไอเสียมีให้ขับเคลื่อนเครื่องอัดอากาศ
รูปเครื่องยนต์สองจังหวะแบบซูเปอร์ชาร์จ
ที่มา : https://bikeadvice.in
รูป
ดูได้ใน รูปด้านบน ที่ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งคู่เป็นแบบใบพัดโบลเวอร์ และเทอร์โบชาร์จ แบบใบพัดจะใช้เป็นตัวช่วยเริ่มต้น และในฐานะที่เป็นอุปกรณ์เสริมทางอากาศที่รับโหลด และรอบต่ำ ด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ใช้เป็นการจ่ายอากาศหลักที่แรงบิดสูง และระดับกำลังงานที่สูงขึ้นในทุกความเร็ว
เพื่อป้องกันการลัดวงจรของน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังไอเสีย หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกใช้ในการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตรงเข้ากับกระบอกสูบ หลังจากช่องพอร์ตไอเสียถูกปิด และไม่อยู่ในตำแหน่งที่แสดงในรูปด้านบน ที่ศูนย์ตายล่าง
ชนิดของเครื่องยนต์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมลักษณะการปล่อยไอเสียที่ดีของไฮโดรคาร์บอนที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ และลักษณะการปล่อยไอเสียที่ดีกว่าของออกไซด์ของไนโตรเจนเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สี่จังหวะที่เทียบเท่ากัน
ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก
“อย่าบอกว่า คุณไม่มีเวลาพอ
คุณมีจำนวนชั่วโมงต่อวันเท่า ๆ กับ เวลาของ
เฮเลน เคลเลอร์, ปาสเตอร์, ไมเคิดแองเจโล, แม่ชีเทเรซา, เลโอนาร์โด ดา วินซี, ธอมัส เจฟเฟอร์สัน และอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
Don’t say you don’t have enough time.
You have exactly the same number of hours per day that were given to Helen Keller, Pasteur, Michelangelo, Mother Teresa, Leonardo da Vinci, Thomas Jefferson and Albert Einstein”
H. Jackson Brown Jr.
<หน้าที่แล้ว สารบัญ หน้าต่อไป>